เคยแหงนมองท้องฟ้าตอนกลางคืน แล้วอยู่ดี ๆ ก็คิดขึ้นมามั้ยว่า… “เห้ย นี่โลกเราเล็กขนาดนี้เองเหรอวะ?” ดาวเต็มฟ้าไปหมด จักรวาลกว้างใหญ่แบบบ้าคลั่ง แล้วโลกกลม ๆ ใบเดียวที่เรายืนอยู่ มันจะเป็นที่เดียวที่มีชีวิตอยู่ได้จริงดิ? แล้วเราจะเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มเดียวที่กำลังโพสต์ลง IG หรือดู TikTok อยู่ตอนนี้จริง ๆ หรอ? หรือมีใครอีก...ที่กำลังสงสัยเหมือนกันจากดาวอีกดวง?
จักรวาล มันใหญ่ขนาดไหนกันแน่?
ก่อนจะไปไกลกว่านี้ มาทำความเข้าใจเรื่อง “ขนาด” ของจักรวาลกันหน่อย จักรวาลที่เรารู้จักตอนนี้มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 93,000 ล้านปีแสง (และยังขยายตัวอยู่เรื่อย ๆ ด้วยนะ) ซึ่งแน่นอนว่า...ใหญ่มาก ใหญ่จนเราไม่สามารถ “เดินทาง” ไปถึงแม้แต่ดาวที่อยู่ใกล้สุดอย่าง Proxima Centauri ที่อยู่ห่างจากโลกแค่ 4.2 ปีแสงได้ในชั่วชีวิตเดียว
นี่ยังไม่นับพวกกาแล็กซีที่มีกันเป็นล้าน ๆ กาแล็กซี และในแต่ละกาแล็กซีมีดาวอีกเป็นพันล้านดวง! แล้วจะไม่มีที่ไหนเลยที่ “มีชีวิต” แบบเราอยู่บ้างเลยหรอ?
มนุษย์เราเคยพยายามหากันมั้ย?
แน่นอนว่าเคย! มนุษย์เราพยายามหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกมาตั้งแต่รู้ว่ามีอวกาศนั่นแหละ ทั้งส่งกล้องโทรทรรศน์ขึ้นไป ทั้งส่งยานไปสำรวจดาวอื่น ทั้งพยายามจับ “สัญญาณ” แปลก ๆ จากจักรวาล เช่น โครงการ SETI (Search for Extraterrestrial Intelligence) ที่พยายามดักฟังคลื่นวิทยุจากอวกาศเผื่อจะมีใครส่งเสียงทักมาแบบ “เฮ้ โลก ได้ยินมั้ย?”
แต่ก็ยังไม่เจออะไรที่แน่ชัดจริง ๆ จนตอนนี้นักวิทยาศาสตร์บางคนเริ่มคิดแล้วว่า… หรือว่าเราจะอยู่ “คนเดียว” จริง ๆ วะ?
หรือมันอาจจะอยู่ “แบบอื่น” ที่เราไม่เข้าใจ?
อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจ บางทีสิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยเลยก็ได้ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่พืช อาจจะเป็นพลังงาน เป็นสติปัญญาล้วน ๆ หรืออยู่ในมิติที่เรา “ยังมองไม่เห็น” ก็เป็นได้
ลองจินตนาการว่า ถ้ามีปลาที่เกิดและโตในตู้ปลา มันจะไม่มีวันรู้เลยว่ามี “อินเทอร์เน็ต” หรือ “รถไฟฟ้า” อยู่บนโลก เพราะมันไม่มีความสามารถจะเข้าใจได้ในระดับนั้น
แบบเดียวกันกับเรา...ถ้ามีสิ่งมีชีวิตที่ล้ำกว่าเราเป็นพันล้านปีแสงด้านวิวัฒนาการ แล้วมันไม่ได้ “สื่อสาร” แบบเราด้วยซ้ำ เราจะรับรู้ได้มั้ย?
ปรากฏการณ์ของ จักรวาล ที่ทำให้เรารับรู้ว่าไม่ได้มีแค่เรา
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่ทำให้คนเริ่มเอะใจว่า... “เอ๊ะ หรือว่าไม่ได้มีแค่เรา?” คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Fast Radio Bursts (FRBs) หรือ “คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบฉับพลัน” ซึ่งเป็นสัญญาณพลังงานที่พุ่งมาจากอวกาศไกลโพ้นแบบเร็วและแรงในระดับที่คนบนโลกยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรแน่ ๆ มันอาจจะมาจากการชนกันของดาวนิวตรอน หรืออาจจะเป็น “ใครบางคน” กำลังพยายามส่งสัญญาณมาหาเราก็ได้ ถึงตอนนี้เรายังไม่รู้แน่ชัด แต่มันทำให้เรารู้ว่า...จักรวาลมีเรื่องประหลาดกว่าที่คิดเยอะ
อีกหนึ่งสิ่งที่ชวนให้คิดคือการค้นพบ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanets) ที่อยู่ในโซนที่เรียกว่า "Habitable Zone" หรือ “เขตที่อยู่อาศัยได้” ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับโลก เช่น มีน้ำในรูปของเหลว อุณหภูมิไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป และมีองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศที่คล้ายโลก ดาวพวกนี้อาจซ่อน “ชีวิต” ในรูปแบบที่เราไม่รู้จักไว้ก็ได้ และการค้นพบเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นทุกปี แปลว่าโอกาสที่เราจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเพียงกลุ่มเดียวในจักรวาล...มันไม่ได้เป็นไปไม่ได้เลย
Paradox ที่ทำให้เรางงยิ่งกว่าเดิม – เฟอร์มิ พาราด็อกซ์
แล้วถ้าเราคือ “การทดลอง” ล่ะ?
นักฟิสิกส์ชื่อ Enrico Fermi เคยตั้งคำถามไว้ว่า “ถ้าในจักรวาลมีโอกาสสูงที่จะมีสิ่งมีชีวิตอื่น แล้วทำไมเรายังไม่เจอมันสักที?” นี่แหละคือ Fermi Paradox – คำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้แน่ชัด
บางทฤษฎีบอกว่า...สิ่งมีชีวิตอาจเคยมีจริง ๆ แล้ว “สูญพันธุ์ไปแล้ว” ก่อนที่เราจะได้รู้จัก
บางทฤษฎีบอกว่า...มันยัง “ไม่อยากติดต่อเรา” เพราะเรายังเด็กเกินไป
หรือบางทฤษฎีก็บอกว่า...เราอยู่ใน “โซนโดดเดี่ยว” ที่อารยธรรมอื่นไม่ได้เข้าถึงเราสักที
อีกทฤษฎีนึงที่คนพูดกันบ่อยในหมู่สายมู หรือสาย Sci-Fi คือ...เราอาจจะเป็นแค่ “การทดลอง” จากสิ่งมีชีวิตที่ล้ำหน้ากว่าเรา แล้วพวกเขาก็กำลังดูอยู่เงียบ ๆ จากดาวไกล ๆ แบบรายการเรียลลิตี้ว่า “มนุษย์พวกนี้จะทำยังไงต่อ?”
บางคนถึงขั้นบอกว่า “สิ่งมีชีวิตนอกโลกเคยมาแล้ว แต่แกล้งลบความทรงจำเราออก!” โอเคฟังดูเวอร์ แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของการจินตนาการแบบไร้ขีดจำกัด
หรือจริงๆ เราอาจจะ "ยังไม่พร้อม" ที่จะเจอใคร?
ลองคิดดูว่า ถ้าพรุ่งนี้มียานแม่จอดที่หน้าทำเนียบรัฐบาล แล้วเอเลี่ยนลงมาบอกว่า “เรามาจากกลุ่มดาว M31” โลกเราจะเกิดอะไรขึ้น? ปั่นป่วนแน่นอน ความเชื่อเปลี่ยน ศาสนาตั้งคำถาม วิทยาศาสตร์ต้องยอมรับข้อมูลใหม่หมด
บางทีก็อาจจะเป็นเพราะ “เขา” หรือ “มัน” รู้ว่าเรายังไม่พร้อมจะเข้าใจหรือรับมือกับความจริงบางอย่างก็เป็นได้ บางสิ่งในจักรวาลอาจไม่ใช่เรื่องที่ควรรีบรู้แบบ หวยไว ที่ประกาศผลทุกไม่กี่นาที แต่มันอาจต้องใช้ “เวลา” ระดับล้านปีแสง เพื่อให้มนุษย์ค่อย ๆ เติบโต และพร้อมจะเจอกับคำตอบนั้นจริง ๆ
ถ้าเราอยู่คนเดียวจริง ๆ ล่ะ?
ฟังดูเหงาเนอะ...แต่ก็ทำให้เราต้องถามตัวเองว่า “แล้วจะทำให้โลกนี้ดีที่สุดได้มั้ย ถ้าเราคือสิ่งมีชีวิตเพียงกลุ่มเดียวในจักรวาล?”
ความจริงก็คือ...การไม่มีใครเลยนอกจากเราทำให้ “ชีวิต” ของเราสำคัญกว่าที่คิด ทุกความรู้สึก ทุกความคิดสร้างสรรค์ ทุกความสัมพันธ์ มีค่าเพราะมันอาจเป็นครั้งเดียวในจักรวาลนี้ที่มันจะเกิดขึ้นได้
และถ้าโลกเราคือโลกเดียวที่มีชีวิตจริง ๆ...เราก็ต้องดูแลมันให้ดีที่สุดแล้วป่ะ?